| ยึดมั่นอยู่ในพระวจนะ |
|
สัจจะจะกระทำให้ท่านเป็นไท (ยอห์น 8:31-32) 31 พระเยซูจึงตรัสกับพวกยิวที่ศรัทธาในพระองค์แล้วว่า "ถ้าท่านทั้งหลายดำรงอยู่ในคำของเรา ท่านก็เป็นสาวกของเราอย่างแท้จริง 32 และท่านทั้งหลายจะรู้จักสัจจะ และสัจจะจะทำให้ท่านทั้งหลายเป็นไท" มีสิ่งใดที่พระเจ้าบอกให้ฉันทำในพระวจนะของพระองค์แล้ว แต่ฉันยังไม่ได้ลงมือทำ ยึดมั่นอยู่ในพระวจนะของพระเจ้า 1.ผมต้องยอมรับสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์ พระคัมภีร์ต้องเป้นมาตรฐานสิทธิ์ขาดในชีวิตผม เป็นเข็มทิศที่ผมอาศัยนำทาง ที่ปรึกษาที่ผมฟังเพื่อจะตัดสินใจอย่างฉลาดและเป็นมาตรวัดที่ผมใช้ประเมินทุกสิ่ง พระคัมภีร์ต้องเป็นความเห็นอันดับแรก และคำชี้ขาดสุดท้ายในชีวิตของผม 2.ผมต้องซึมซับความจริงของพระคัมภีร์ไว้ เพียงแค่เชื่อนั้นยังไม่พอ ผมต้องเติมพระคัมภีร์ลงไปในความคิดของผม เพื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์จะสามารถเปลี่ยนแปลงผมด้วยความจริงนั้น มีห้าวิธีที่จะทำสิ่งนี้ 2.1 คุณรับพระวจนะของพระเจ้าเมื่อคุณฟังและยอมรับดวงใจที่เปิด คำอุปมาเรื่องผู้หว่านพืชแสดงให้เห็นว่า การรับของเราคือตัวกำหนดว่า พระวจนะของพระเจ้าจะฝังรากในชีวิตเราและเกิดผลหรือไม่ พระเยซูทรงระบุท่าทีที่ไม่เปิดรับอยู่สามประเภท คือ ใจที่ปิด (ดินแข็ง) ใจที่คิดผิวเผิน (ดินตื้น) และใจที่หันเห (ดินที่มีวัชพืช) แล้วพระองค์ก็ตรัสว่า “จงพิจารณาอย่างรอบคอบว่าท่านฟังอย่างไร” ลูกา 8:18 2.2 การอ่านพระคัมภีร์ประจำวันจะช่วยให้คุณได้ยินพระสุรเสียงของพระเจ้า อย่าเพียงแต่เก็บไว้ใก้ลตัว แต่จงอ่านเป็นประจำ 2.3 การค้นคว้าหรือการศึกษาพระคัมภีร์ เป็นวิธีปฏิบัติอีกหนึ่งวิธีที่จะยึดมั่นในพระวจนะเตล็ดลับการศึกษาที่ดีอาจจะถามคำถามง่ายๆ เช่น ใคร อะไร เมื่อไร ที่ไหน ทำไม และอย่างไร พระคัมภีร์กล่าวว่า (ยากอบ 1:25) แต่ผู้ที่พิจารณาดูในวิสุทธิบัญญัติ ซึ่งเป็นพระบัญญัติแห่งเสรีภาพ และตั้งอยู่ในพระบัญญัตินั้น มิได้เป็นผู้ฟังแล้วก็หลงลืม แต่เป็นผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตาม ผู้นั้นก็จะได้รับความสุขเพราะการประพฤติปฏิบัติของตน 2.4 การยึดมั่นในพระวจนะของพระเจ้าคือโดยการจดจำ การท่องพระคัมภีร์นั้นมีค่ามหาศาล มันจะช่วยคุณต่อสู้การทดลอง ตัดสินใจอย่างฉลาด ลดความตึงเครียด สร้างความมั่นใจ ให้คำแนะนำที่ดี และบอกความเชื่อของคุณแก่คนอื่น 2.5 การยึดมั่นในพระวจนะของพระเจ้าคือการใคร่ครวญ การใคร่ครวญคือการคิดอย่างจดจ่อ มันต้องใช้ความพยายามอย่างจริงจัง คุณเลือกพระคัมภีร์สักข้อหนึ่งและคิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีกในสมองของคุณ เหตุผลหนึ่งที่พระเจ้าเรียกดาวิดว่า “คนที่เราชอบใจ” ก็เพราะดาวิดรักใคร่ครวญพระวจนะของพระเจ้า เป็นคำภาวนาของข้าพระองค์วันยังค่ำ (สสุดี 119:97) เป็นเคล็ดลับสู่ชีวิตที่ประสบผลสำเร็จ ( โยชูวา 1:8) 3. ผมต้องประยุกต์หลักการของพระคัมภีร์ การรับ การอ่าน การค้นคว้า การจดจำและการใคร่ครวญจะไร้ประโยชน์ทั้งหมด ถ้าเราไม่ได้นำสิ่งเหล่านั้นมาปฏิบัติ เราต้องเป็นคนที่ประพฤติตามพระวจนะ (ยากอบ 1:22) นี่คือก้าวที่ยากที่สุด เพราะว่าซาตานต่อสู้สิ่งนี้อย่างดุเดือด มันไม่สนใจว่าคุณจะศึกษาพระคัมภีร์มากแค่ไหน ตราบใดที่คุณไม่ได้ทำอะไรกับสิ่งที่คุณเรียนรู้ มัทธิว 7:24 24 "เหตุฉะนั้นผู้ใดที่ได้ยินคำเหล่านี้ของเรา และประพฤติตาม เขาก็เปรียบเสมือนผู้ที่มีสติปัญญาสร้างเรือนของตนไว้บนศิลา ยอห์น 13:17 17 เมื่อท่านรู้ดังนี้แล้วและท่านประพฤติตาม ท่านก็เป็นสุข การประยุกต์จะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพระเจ้า และระหว่างคุณกับคนอื่น “พระคัมภีร์ไม่ได้ประทานมาเพื่อเพิ่มเติมความรู้ แต่เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตเรา” |
| < Prev | Next > |
|---|

.jpg)