| ฉันจะเอาชนะปัญหาได้อย่างไร? |
|
ฉันจะเอาชนะปัญหาได้อย่างไร? 2 พงศาวดาร 20:1-30 เราจะศึกษาด้วยกัน 2 พงศาวดาร 20:1-30 ยืนอย่างชัยชนะ ทรงชนะคนโมอับและคนอัมโมน บทนำ เรื่องนี้เกี่ยวกับเราทุกคน เพราะเราต่างเผชิญสงครามกันทุกวัน ทั้งทางด้านการเงิน จิตวิญญาณ ชีวิตสมรส หน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ สงครามทุกรูปแบบในชีวิตประจำวันของเรา เมื่อเราพบปัญหาเราควรจะตอบสนองด้วยการแสวงหาพระเจ้าให้พระองค์ทรงนำเราเอาชนะสงครามชีวิต 1. การแสวงหาพระเจ้า ( vv. 1-4) ดังนั้น ในท่ามกลางวิกฤตนี้ เยโฮชาฟัททำอะไร? กษัตริย์เยโฮชาฟัทดำเนินตามบิดาของท่านในการติดตามพระเจ้า และทรงมอบปัญหาทั้งสิ้นให้พระองค์อย่างสุดใจ พระองค์ประกาศอดอาหาร และให้ประชาชนมารวมตัวกันแสวงหาพระผู้เป็นเจ้า v.3-4 คนจากทุกเมืองในยูดาห์มาขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า 1 และอยู่มาภายหลัง คนโมอับและคนอัมโมน และคนเมอูนีบางคนพร้อมกับเขาทั้งหลาย ได้ขึ้นมาทำสงครามกับเยโฮชาฟัท 2 มีคนมาทูลเยโฮชาฟัทว่า "มีคนหมู่ใหญ่มาสู้รบกับฝ่าพระบาทจากเอโดม จากฟากทะเลข้างโน้น และดูเถิด เขาทั้งหลายอยู่ในฮาซาโซนทามาร์" (คือ เอนกาดี) 3 และเยโฮชาฟัทก็กลัว และมุ่งแสวงหาพระเจ้า และได้ทรงประกาศให้อดอาหารทั่วยูดาห์ 4 และยูดาห์ได้ชุมนุมกันแสวงหาความช่วยเหลือจากพระเจ้า เขาทั้งหลายพากันมาจากหัวเมืองทั้งสิ้นแห่งยูดาห์ เพื่อแสวงหาพระเจ้า คุณจะไปทำสงครามได้อย่างไร? เมื่อศัตรูของท่านอยู่ล้อมรอบ ความกลัว คือ เชื่อในกำลังของศัตรูมีมากกว่าท่านและพระเจ้าของท่าน ท่านจะไม่สามารถชนะศัตรู แต่ถ้าวางใจในพระเจ้า พระเจ้ารู้จักศัตรูที่ท่านจะไปต่อสู้ พระเจ้าเคยแพ้สงครามไหม? ไม่เคยเลย และพระเจ้าจะชนะ ปัญหาของคุณจะหดเล็กลงเมื่อคุณนำมันไปให้พระเจ้า ในพระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติ 20:1-4 กฎหมายเกี่ยวกับการสงคราม 1 "เมื่อท่านทั้งหลายจะยกไปทำสงครามกับพวกศัตรูของท่าน เห็นม้า รถรบ และกองทัพมากมายใหญ่โตกว่าของท่าน ท่านอย่ากลัวเขาเลยเพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านทรงสถิตอยู่กับท่าน ผู้ทรงนำท่านขึ้นมาจากแผ่นดินอียิปต์ 2 และเมื่อใกล้จะรบกัน ปุโรหิตจะออกมาอยู่ข้างหน้าและกล่าวแก่ประชาชน 3 และจะกล่าวว่า 'โอ อิสราเอล จงฟังเถิด วันนี้ท่านมาใกล้จะสู้รบกับศัตรูของท่าน อย่าให้ใจของท่านทั้งหลายวิตก อย่ากลัวหรือหวาดหวั่น หรือครั่นคร้ามต่อศัตรูเลย 4 เพราะว่าพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่านเสด็จไปกับท่าน ทรงต่อสู้ศัตรูของท่านเพื่อท่าน จะประทานชัยชนะแก่ท่าน' 2. การรู้จักพระองค์ ( vv.6-13) เพราะเรารู้จักพระเจ้า เราเขามาพระเจ้าด้วยความเชื่อ ความเชื่อเป็นสายสัมพันธ์ให้ท่านสามารถติดต่อกับพระองค์ได้ด้วยการอธิษฐาน โดยพึ่งตามพระสัญญาของพระองค์ (พระเยซูทรงทำสำเร็จแล้วบนไม้กางเขนให้เราคืนดีกับพระองค์เราเป็นบุตรของเจ้า และสามารถร้องทูลต่อพระบิดา) 5 และเยโฮชาฟัทประทับยืนอยู่ในที่ประชุมของยูดาห์และเยรูซาเล็ม ในพระนิเวศของพระเจ้า ข้างหน้าลานใหม่ 6 และตรัสทูลว่า "ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์มิได้เป็นพระเจ้าในฟ้าสวรรค์หรือ พระองค์มิได้ปกครองเหนือบรรดาราชอาณาจักรของประชาชาติหรือ ในพระหัตถ์ของพระองค์มีฤทธิ์และอำนาจ จึงไม่มีผู้ใดต่อต้านพระองค์ได้ การอธิษฐานขอตามพระสัญญาที่พระองค์ทรงมอบให้ คือพระสัญญาที่จะให้อิสราเอลปลอดภัย 7 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์มิได้ทรงขับไล่ชาวแผ่นดินนี้ออกไปเสียให้พ้นหน้าอิสราเอลประชากรของพระองค์หรือ และทรงมอบไว้แก่เชื้อสายของอับราฮัมมิตรสหายของพระองค์เป็นนิตย์* 8 และเขาทั้งหลายได้อาศัยอยู่ในนั้น และได้สร้างสถานนมัสการแห่งหนึ่งในนั้นถวายพระองค์ เพื่อพระนามของพระองค์ ทูลว่า 9 'ถ้าเหตุชั่วร้ายขึ้นมาเหนือข้าพระองค์ทั้งหลายจะเป็นดาบ การพิพากษา หรือโรคระบาด หรือการกันดารอาหาร ข้าพระองค์ทั้งหลายจะยืนอยู่ต่อหน้าพระนิเวศนี้และต่อพระพักตร์พระองค์ เพราะพระนามของพระองค์อยู่ในพระนิเวศ และร้องทูลต่อพระองค์ในความทุกข์ใจของข้าพระองค์ทั้งหลาย และพระองค์จะทรงฟังและช่วยให้รอด' ปฐมกาล 15:18 ในวันนั้นพระเจ้าทรงกระทำพันธสัญญา ไว้กับอับรามว่า "เรามอบดินแดนนี้ให้เชื้อสายของเจ้าแล้ว* ตั้งแต่แม่น้ำอียิปต์ไปถึงแม่น้ำใหญ่ คือแม่น้ำยูเฟรติส โยชูวา 1:3 ทุกๆตำบลถิ่นที่ฝ่าเท้าของเจ้าทั้งหลายจะเหยียบลง เราได้ยกให้แก่เจ้าทั้งหลายดังที่เราได้สัญญาไว้กับโมเสส มีคนประเถทเดียวเท่านั้นที่พระเจ้าไม่ช่วย นั้นคือคนที่ไม่คิดว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ เราต้องยอมรับว่า เรามีความสามารถไม่พอ และขอความช่วยเหลือ พระเจ้าก็ทำงานในปัญหานั้นได้ เราไม่สามารถดำเนินชีวิตคริสเตียนด้วยตัวเองได้ เพราะเราขาดฤทธิ์เดช เราต้องการฤทธิ์เดชที่มาจากพระเจ้า เราดำเนินชีวิตคริสเตียน เราต้องให้พระวิญญาณของพระเจ้ามีชีวิตผ่านเรา (ศคย.4:6) v.12 10 ดูเถิด บัดนี้คนอัมโมนและโมอับ และภูเขาเสอีร์ ผู้ซึ่งพระองค์ไม่ทรงยอมให้คนอิสราเอลบุกรุก เมื่อเขามาจากแผ่นดินอียิปต์*และผู้ซึ่งเขาได้หลีกไปมิได้ทำลายเสีย 11 ดูเถิด เขาทั้งหลายได้ให้บำเหน็จแก่เรา ด้วยมาขับเราออกเสียจากแผ่นดินกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ซึ่งพระองค์ประทานให้แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นมรดก 12 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ พระองค์จะไม่ทรงกระทำการพิพากษาเหนือเขาหรือ เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายไม่มีฤทธิ์ที่จะต่อสู้คนหมู่มหึมานี้ ซึ่งกำลังมาต่อสู้กับข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบว่าจะกระทำประการใด แต่ดวงตาของข้าพระองค์ทั้งหลายเพ่งที่พระองค์" 13 ในระหว่างนั้นคนทั้งปวงของยูดาห์ก็ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าพร้อมกับภรรยาและลูกหลานของเขา ฟิลิปปี 4:6-7 6 อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ ยากอบ 5: 15-16 15 และการอธิษฐานด้วยความเชื่อจะช่วยให้ผู้ป่วยรอดชีวิต และองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงโปรดให้เขาหายโรค และถ้าเขาได้กระทำบาปพระองค์ก็จะทรงโปรดอภัยให้ 16 เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล 2 โครินธ์ 5:2121 เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์ 3. การพึงพาพระองค์ (vv14-17) ภายหลังจากคุณแสวงหาพระเจ้าและรู้จักความสามารถของพระองค์ที่จะแก้ปัญหา ให้เราพึ่งพามอบชีวิต มอบภาระ มอบปัญหาที่จะฟังพระสุระเสียงของพระองค์ แผนการของพระองค์ในการแก้ปัญหา พระองค์ไม่มีวันทำให้เราผิดหวัง เราต้องพึ่งพาพระสัญญาที่ทรงบันทึกไว้ด้วยความมั่นใจ แทนที่จะพึ่งพาความรู้ความเข้าใจ และความสามารถของตนเอง ในการต่อสู้ปัญหาด้วยตนเองผู้เผยพระวจนะทรงปลอบประโลม อย่ากลัวเลย และย่าท้อถอย เพราะสงครามเป็นของพระเจ้า v.15 14 และพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมาสถิตกับยาฮาซีเอลบุตรเศคาริยาห์ ผู้เป็นบุตรเบไนยาห์ ผู้เป็นบุตรเยอีเอล ผู้เป็นบุตรมัทธานิยาห์เป็นคนเลวีเชื้อสายของอาสาฟ เมื่อท่านอยู่ท่ามกลางที่ประชุมนั้น 15 และเขาได้พูดว่า "ยูดาห์ทั้งปวงและชาวเยรูซาเล็มทั้งหลายกับกษัตริย์เยโฮชาฟัท ขอจงฟัง พระเจ้าตรัสดังนี้แก่ท่านทั้งหลายว่า 'อย่ากลัวเลย และอย่าท้อถอยด้วยคนหมู่มหึมานี้เลย เพราะว่าการสงครามนั้นไม่ใช่ของท่าน แต่เป็นของพระเจ้า จงมีความเชื่อ และจงเชื่อฟัง (จงออกไปด้วยความเชื่อในแผนการของพระเจ้า) สังเกตพระเจ้าบอกอะไรเยโฮชาฟัทอีก “เจ้าจะไม่ต้องรบในสงครามครั้งนี้ จงเข้าประจำที่ ยืนนิ่งๆ” v.17 16 พรุ่งนี้เช้าจงลงไปต่อสู้กับเขา ดูเถิด เขาจะขึ้นมาทางขึ้นที่ตำบลศิส ท่านทั้งหลายจะพบเขาที่ปลายหุบเขาทางตะวันออกของถิ่นทุรกันดารเยรูเอล 17 ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องสู้รบในสงครามครั้งนี้ โอ ยูดาห์ และเยรูซาเล็ม จงเข้าประจำที่ ยืนนิ่งอยู่และดูชัยชนะของพระเจ้าเพื่อท่าน' อย่ากลัวเลย อย่าท้อถอย พรุ่งนี้จงออกไปสู้กับเขาและพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน"* 4. การเชื่อ วางใจพระเจ้า (vv.18-21) พระองค์ต้องการให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ วางใจในพระสัญญาด้วยการขอบพระคุณพระองค์ ด้วยความเชื่อว่าได้รับแล้ว (เชื่อด้วยความสบายใจ การขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับชัยชนะที่ทรงมอบให้ ตัวอย่างคุณศิริพรรณ โดนน้ำมันลวกหน้าเสียโฉม แต่พระเจ้ารักษา) 18 แล้วเยโฮชาฟัทโน้มพระเศียรก้มพระพักตร์ของพระองค์ลงถึงดิน และยูดาห์ทั้งปวงกับชาวเยรูซาเล็มได้กราบลงต่อพระเจ้า นมัสการพระเจ้า 19 และคนเลวี จากพงศ์พันธุ์โคฮาทและพงศ์พันธุ์คนโคราห์ ได้ยืนขึ้นถวายสรรเสริญแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลด้วยเสียงอันดัง พระเจ้าต้องการให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อ หลายครั้งเราคิดว่าไม่มีความหวังแล้วแต่พระองค์มีช่องทางเล็กๆที่ให้เรามีทางออกได้เสมอ (1 โครินธ์ 10:13)ไม่มีการทดลองใดๆเกิดขึ้นกับท่าน นอกเหนือจากการทดลองซึ่งเคยเกิดกับมนุษย์ทั้งหลาย พระเจ้าทรงสัตย์ธรรม พระองค์จะไม่ทรงให้ท่านต้องถูกทดลองเกินกว่าที่ท่านจะทนได้ และเมื่อท่านถูกทดลองนั้น พระองค์จะทรงโปรดให้ท่านมีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ด้วย เพื่อท่านจะมีกำลังทนได้ หากเรามอบภาระทุกอย่างให้พระองค์ ( สดุดี 37:5) จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า วางใจในพระองค์ และพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ การเชื่อฟังโดยทำตามที่พระองค์ทรงตรัสให้กระทำ (ในข้อ 17)เยโฮชาฟัททรงแต่งตั้งคนร้องเพลงถวายพระเจ้า สรรเสริญพระองค์สำหรับความงดงามและความบริสุทธิ์ของพระเจ้าขณะนำหน้ากองทัพออกไป v.21 20 และเขาทั้งหลายได้ลุกขึ้นแต่เช้าและออกไปในถิ่นทุรกันดารถึงเทโคอา และเมื่อเขาออกไป เยโฮชาฟัทประทับยืนและตรัสว่า "ยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มเอ๋ย จงฟังข้าพเจ้า จงวางใจในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของท่าน และท่านจะตั้งมั่นคงอยู่ จงเชื่อบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระองค์ และท่านจะสำเร็จผล" 21 และเมื่อพระองค์ได้ปรึกษากับประชาชนแล้ว พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งบรรดาผู้ที่จะร้องเพลงถวายพระเจ้า และแต่งกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์สรรเสริญพระองค์ ขณะเมื่อเขาเดินออกไปหน้าศัตรู และว่า "จงถวายโมทนาแด่พระเจ้า เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์" 5. การสรรเสริญและขอบคุณพระเจ้า (vv.22-30) การสรรเสริญพระเจ้า ทำให้ศัตรูฆ่าฟันซึ่งกันและกัน 22 และเมื่อเขาทั้งหลายตั้งต้นร้องเพลงสรรเสริญ พระเจ้าทรงจัดกองซุ่มคอยต่อสู้กับคนอัมโมน โมอับ และชาวภูเขาเสอีร์ ผู้ได้เข้ามาต่อสู้กับยูดาห์ ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงแตกพ่ายไป 23 เพราะว่าคนของอัมโมนและของโมอับได้ลุกขึ้นต่อสู้กับชาวภูเขาเสอีร์ ทำลายเขาเสียอย่างสิ้นเชิง และเมื่อเขาทั้งหลายทำลายชาวเสอีร์หมดแล้ว เขาทั้งสิ้นช่วยกันทำลายซึ่งกันและกัน 24 เมื่อยูดาห์ขึ้นไปอยู่ที่เนินสูงที่ในถิ่นทุรกันดาร เขามองตรงไปที่คนหมู่ใหญ่นั้น และ ดูเถิด มีแต่ศพนอนอยู่บนแผ่นดิน ไม่มีสักคนเดียวที่รอดไปได้ พระธรรม 1ซามูเอล 16: 23 23 อยู่มาเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้ามาสิงซาอูลเมื่อไร ดาวิดก็หยิบพิณใช้มือดีดถวายซาอูลก็ทรงชุ่มชื่นขึ้นและหายดี และวิญญาณชั่วก็พรากจากพระองค์ไป พระธรรมกิจการ 16: 25-26 25 ประมาณเที่ยงคืน เปาโลกับสิลาสก็อธิษฐานและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า นักโทษทั้งหลายในคุกก็ฟังอยู่ 26 ในทันใดนั้น เกิดแผ่นดินไหวใหญ่จนรากคุกสะเทือนสะท้าน และประตูคุกเปิดหมดทุกบาน เครื่องจำจองก็หลุดจากเขาสิ้นทุกคน พระเจ้าให้ความชื่นชมยินดีเหนือศัตรู จงชื่นชมยินดีเถิด 25 เมื่อเยโฮชาฟัทและประชาชนของพระองค์มาเก็บของเสียจากเขาทั้งหลาย เขาพบสัตว์เป็นจำนวนมาก ข้าวของ เสื้อผ้า และของมีค่าต่างๆ ซึ่งเขาเก็บมามากสำหรับตัวจนขนไปไม่ไหว เขาเก็บของที่ริบได้เหล่านั้นสามวัน เพราะมากเหลือเกิน 26 ในวันที่สี่เขาทั้งหลายได้ชุมนุมกันที่หุบเขาเบราคาห์ ด้วยที่นั่นเขาสรรเสริญพระเจ้าเพราะพระพร เพราะฉะนั้น เขาจึงเรียกที่นั้นว่า*เบราคาห์*จนถึงทุกวันนี้ * แปลว่า พระพร การสรรเสริญ * 27 แล้วเขาทั้งหลายกลับไปคนยูดาห์และเยรูซาเล็มทุกคน และเยโฮชาฟัททรงนำหน้า กลับไปยังเยรูซาเล็มด้วยความชื่นบาน เพราะพระเจ้าได้ทรงกระทำให้เขาเปรมปรีดิ์เย้ยศัตรูของเขา 28 เขาทั้งหลายมายังเยรูซาเล็มด้วยพิณใหญ่ และพิณเขาคู่และแตร ยังพระนิเวศของพระเจ้า พระองค์สำแดงความยิ่งใหญ่เหนือพระอื่น 29 และความกลัวพระเจ้ามาอยู่เหนือบรรดาราชอาณาจักรของประเทศทั้งปวง เมื่อเขาได้ยินว่าพระเจ้าทรงต่อสู้ศัตรูของอิสราเอล 30 แดนดินของเยโฮชาฟัทจึงสงบเงียบ เพราะว่าพระเจ้าของพระองค์ประทานให้พระองค์มีการหยุดพักสงบอยู่รอบด้าน ข้อคิด พระธรรม 2 พงศวาดาร ไม่ได้เน้นที่ความกล้าหาญ แต่เน้นที่ความถ่อมใจความสำเร็จไม่ใช้สิ่งชี้ขาด ความล้มเหลวไม่ใช้จุดจบ แต่ความถ่อมใจต่างหากที่สำคัญ 2 พงศาวดาร 7: 14 ถ้าประชากรของเราผู้ซึ่งเขาเรียกกันโดยชื่อของเรานั้นจะถ่อมตัวลง และอธิษฐานและแสวงหาหน้าของเราและหันเสียจากทางชั่วของเขา เราก็จะฟังจากสวรรค์ และจะให้อภัยแก่บาปของเขาและจะรักษาแผ่นดินของเขาให้หาย พระเจ้าเหมือนศิลาใหญ่ คือทรงให้ความคุ้มครองปลอดภัยมั่นคงแก่อิสราเอลพระองค์ทรงมอบแผ่นดินคานาอันให้เป็นมรดก ประทานทุกสิ่งให้มีชีวิตที่ราบรื่นและสุขสบาย แต่แทนที่จะขอบพระคุณ กลับดูหมิ่น แทนที่จะนมัสการ กลับนมัสการพระอื่น เพราะฉะนั้นพระองค์จึงลงโทษที่ยุติธรรม ตามมาตรฐานอันบริสุทธิ์ของพระองค์ เพื่อให้อิสราเอลรู้ว่าพระเหล่านั้นช่วยอะไรไม่ได้ เขาจะกลับมาหาพระองค์ และพระองค์จะรักษาบาดแผลแห่งความผิดบาปของเขาให้หาย
|
| < Prev | Next > |
|---|

.jpg)