Menu Content/Inhalt
Home arrow Thai News arrow ระวังการพยากรณ์เท็จ

Who's Online

We have 9 guests online

Statistics

Members: 1
News: 62
Web Links: 24
Visitors: 35467
ระวังการพยากรณ์เท็จ

21 เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความ
คิดในจิตใจของมนุษย์แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า
ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา
 

คำนำ
เมื่อประมาณ 9 ปีที่แล้ว คนจำนวนมากหวาดกลัว คิดว่าโลก
จะสิ้นสุดปี
2000 ตามการคิดคำนวณของมนุษย์
(ตั้งแต่พระเจ้าสร้างถึงโนอาห์
2000 ปี
จากโนอาห์ถึงพระเยซูมาบังเกิด
2000 ปี
และตังแต่พระเยซูมาบังเกิดถึงปัจจุบัน
 2000 ปี)
เราเรียกมันว่า อาการโรค
Y2K บางคนได้ขายทรัพย์สมบัติ
ของเขาและให้เงินกับผู้พยากรณ์เท็จ และขึ้นไปบนดาดฟ้า
ในคืนที่
31 ธันวาคม 1999 เพื่อจะพบการเสด็จกลับมา
ของพระเยซู
ผู้พยากรณ์เท็จได้หายไปพร้อมกับเงินของ
เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่เชื่อคำโกหกของเขา ชาวเกาหลี
จำนวนมากต้องล้มละลาย

ปีที่ผ่านมา ในกรุงเทพฯ มีพี่น้องคริสเตียนได้ไปคริสตจักรหนึ่ง
และไปที่อื่นๆด้วย บอกว่าพระเยซูจะมาในเดือนตุลาคม
2008
จะมีการเกิดแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ และมี ซึนามิในสมุทรปราการ
และไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย คุณสามารถได้ยินเรื่องนิมิตแลัวนิมิตเล่า
การพยากรณ์แล้วการพยากรณ์เล่า ด้วยตัวของคุณเอง
แต่ข้าพเจ้าขอแนะนำให้เชื่อในพระคำภีร์บอกที่จะวางใจ
และเชื่อถือได้และมันก็สมบูรณ์ตามที่พยากรณ์ไว้แล้ว
 

เนื้อเรื่อง
วันนี้ พระคำจากพระธรรม 2 เปโตร 1: 19-21
มีคำเตือนและคำแนะนำสำหรับเรา
  
19 และเรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดี
ถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น
 เพราะคำนั้นเป็นเสมือนแสง
ประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น

และดาวประจำรุ่งจะผุดขึ้นในใจของท่านทั้งหลาย  
20 ท่านทั้งหลายต้องเข้าใจข้อนี้ก่อน คือผู้หนึ่งผู้ใดจะตี
ความหมายคำของผู้เผยพระวจนะในพระคัมภีร์เอาเองไม่ได้
 
21 เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น ไม่ได้มาจากความคิดใน
จิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า
ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา

เปโตรตอบสนอง
ในข้อที่
20 ว่าผู้เผยพระวจนะไม่ได้เผยจากความคิด
ความเข้าใจของตนเอง เขาบอกว่า มันไม่ได้มาจาก
ความคิดในจิตใจของมนุษย์ แต่มนุษย์ได้กล่าวคำ
ซึ่งมาจากพระเจ้า ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้
ทรงดลใจเขา

เปโตรแนะนำเรามี 3 จุดที่จะพิจารณาให้ชัดเจน
เกี่ยวกับการพยากรณ์ที่เชื่อถือได้
ถึงแม้ว่าเราจะพูดถึงการพยากรณ์ถึงการเสด็จมาครั้งที่สอง
แต่เราก็สามารถที่จะใช้ในการพยากรณ์ถึงสิ่งอื่นๆได้อีกด้วย

1.ข่าวสาร (การทำนาย)
พันธสัญญาใหม่เป็นประวัติศาสตร์ของการพยากรณ์
ของพันธสัญญาเดิมคำของผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย
และธรรมบัญญัติได้พยากรณ์มาจนถึงยอห์น
 
มัทธิว 11:1313 เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย
และธรรมบัญญัติได้พยากรณ์มาจนถึงยอห์นนี้
*
 
และผู้ประกาศและอัครทูตได้เขียนการพยากรณ์
ในประวัติศาสตร์มาแล้ว ความสมบูรณ์ของพันธสัญญาเดิม
จบลงในพันธสัญญใหม่
  พันธสัญญาเดิมและใหม่เป็น
หนึ่งเดียวกันได้แสดงความจริงที่สมบรณ์ของทั้งสองพันธสัญญา
อ่านพระคำภีร์เดิมพยากรณ์ถึงพระเยซูคริสต์ก็สำเร็จ
ตามพันธสัญญาใหม พันธสัญญาใหมก็เปิดเผยพันธสัญญาเดิม
ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นพระวจนะของพระเจ้าไม่ผิดพลาดเลย
ไม่มีพระสัญญาแม้เพียงข้อเดียวล้มเหลวเมื่อเราได้ยินการ
พยากรณ์เราจำเป็นต้องตรวจสอบ ถ้ามันไม่ตรงข้ามกับ
ของคำพยากรณ์และของอัครทูตแล้ว
มันจะต้องสอดคล้องกันด้วย
 
ฟังแล้วเกิดสันติสุข ไม่ใช้ความทุกข์หรือกังวลใจลูกา

11:28 แต่พระองค์ตรัสว่า "มิใช่เช่นนั้น แต่คนทั้งหลายที่ได้ยินพระวจนะของพระเจ้า
และได้ถือรักษาพระวจนะนั้นไว้ก็เป็นสุข
"
เราควรจะอ่านพระคำภีร์บ่อยแค่ไหน?
สดุดี
1:2 แต่ความปีติยินดีของผู้นั้นอยู่ในพระธรรมของพระเจ้า 
เขาภาวนาพระธรรมของพระองค์ทั้งกลางวันและกลางคืน
เหตุใดอ่านพระคำภีร์ทุกวันสำคัญนัก?
กิจการ
17: 11 ยิวชาวเมืองนั้นมีจิตใจสูงกว่าชาวเมือง
เธสะโลนิกา ด้วยเขามีใจเลื่อมใสรับพระวจนะของพระเจ้า
และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้น
จะจริงดังกล่าวหรือไม่

การอ่านพระคำภีร์ช่วยแยกแยะระหว่างคำสอนจริง และเท็จได้
สดุดี
19:11 อนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นที่ตักเตือนผู้รับใช้ของพระองค์ 
การที่จะรักษาข้อความเหล่านั้นก็ได้บำเหน็จอันใหญ่ยิ่ง 
การอ่านพระคำภีร์ช่วยเตือนเราถึงสิ่งที่จะทำอันตราย
สดุดี
119: 9 หนุ่มๆจะรักษาทางของตนให้บริสุทธิ์ได้อย่างไร 
โดยระแวดระวังตามพระวจนะของพระองค์ 
การอ่านพระคำภีร์ช่วยให้เรารักษาชีวิตให้บริสุทธิ์ได้
สดุดี
119:105 พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้า
ของข้าพระองค์
  และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์
การอ่านพระคำภีร์ช่วยนำเราในการดำเนินชีวิตประจำวัน
ถ้าการฟังของเรายังสับสนอยู่ ก็ไปจุดถัดไป 
2. ตัวแทนพระวิญญาณบริสุทธิ์
เราจำเป็นต้องให้พระเจ้านำ ถามพระองค์ พระเจ้าจะใช้
พระคำของพระองค์
จากการดลใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ถ้าพระเจ้าจะตอบคุณ
พระเจ้าจะตรัสกับคุณ (ไม่ใช้คนอื่น) เมื่อเราถามพระเจ้า
อย่าคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบจากคนอื่น พระองค์จะตอบเรา
ถ้าเราไม่ได้รับคำตอบ เป็นเพราะว่าเราไม่ถามพระองค์
พระองค์จะไม่ทรงเปิดเผยสิ่งที่เราไม่เคยสนใจที่จะรู้เกี่ยวกับ
สิ่งนั้นยอห์น
1:1:12 แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์
ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์
       พระองค์ก็ทรงประทาน
สิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า
คริสเตียนทุกคนได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์
เมื่อเราตอนรับพระเยซูในปกครองในใจเรา
 
19 และเรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก
จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลายจะถือตามคำนั้น
      
เพราะคำนั้นเป็นเสมือนแสงประทีปที่ส่องสว่างในที่มืด
จนกว่าแสงอรุณจะขึ้น
และดาวประจำรุ่งจะผุดขึ้นในใจ
ของท่านทั้งหลาย
เราจะไม่มีปัญหาที่จะไม่เข้าใจ
การพยากรณ์นั้น เพราะเรามีพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์
เดียวกันในจิตใจเรา
ถ้าเรายังสับสน ถามพระเจ้าเกี่ยวกับการพยากรณ์นี้
ถ้าเราแน่ใจว่าเราเป็นคริสเตียน เราจะแน่ใจมัน
ถ้ายังสบสนถามอีกว่า เราเป็นคริสเตียนจริงหรือเปล่า
สุดท้ายตรวจสอบจากพระคำภีร์ จำไว้ว่าพระคำภีร์ใน
พันธสัญญาใหม่ส่งเสริมมาจากพันธสัญญาเดิม
และผู้พยากรณ์ในเวลาของเรานี้ส่งเสริมมา
จากพันธสัญญาใหม่และเดิม ถ้าคุณได้ยินพยากรณ์
ที่ไม่ได้มาจากพระคำภีร์ อย่าเชื่อคำพยากรณ์
เมิ่อเราได้ยินคนพูดว่า
ฉันได้ยินพระวิญญาณบริสุทธิ์
ตรัสว่าเมืองโน้นเมืองนี้จะถูกทำลาย

คิดอีกครั้ง คุณมีพระวิญญาณบริสุทธิ์องค์เดียวกัน
ทำไมคุณไม่ฟังพระวิญญาณ เมื่อการพยากรณ์
มาจากพระเจ้า เราจะไม่สับสนวุ่นวายใจ
เมื่อมีการเทศนายุคสุดท้าย เราไม่ได้พยากรณ์
แต่เขาเทศนาการพยากรณ์ของในพระคำภีร์

3. คนที่บริสุทธิ์ (ผู้เผยพระวจนะ)

รู้จักต้นไม้ด้วยผลของมัน    มัทธิว บทที่
 
15 "ท่านทั้งหลายจงระวังผู้เผยพระวจนะเท็จ ที่มาหาท่าน
นุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจหมาป่า
 
16 ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา ผลองุ่นนั้นเก็บ
ได้จากต้นไม้มีหนามหรือ หรือว่าผลมะเดื่อนั้นเก็บได้
จากพืชหนาม
 
17 ต้นไม้ดีย่อมให้แต่ผลดี ต้นไม้เลวก็ย่อมให้ผลเลว  
18 ต้นไม้ดีจะเกิดผลเลวไม่ได้ หรือต้นไม้เลวจะเกิดผลดีก็ไม่ได้  
19 ต้นไม้ซึ่งไม่เกิดผลดีย่อมต้องถูกฟันลงและทิ้งเสียในไฟ
20 เหตุฉะนั้น ท่านจะรู้จักเขาได้เพราะผลของเขา*
จุดที่สามของเราเพิ่งไปที่บุคคลที่นำข่าวสารการพยากรณ์
การเป็นแค่คริสเตียนนั้นยังมีคุณสมบัติไม่พอที่จะนำ
การพยากรณ์ เราจะต้องเป็นคริสเตียนที่ประพฤติตน
ให้บริสุทธ์ พระคำภีร์บอกว่า จงบริสุทธิ์ เพราะพระเจ้าบริสุทธิ์
พระองค์จะไม่ใช้ภาชนะที่ไม่บริสุทธิ์ เช่นเราต้องชำระ
ภาชนะก่อนที่จะใช้มัน พระเจ้าก็เช่นกันเมื่อไรก็ตามที่
เราได้ยินการเผยพระวจนะเราต้องดูในการดำเนิน
ชีวิตของเขา ครอบครัวของเขา การงานของเขา
คริสตจักรของเขา เขามีเพื่อนอย่างไร มีความเมตตาหรือไม่
แจกแจงคำถามว่าคำพูดของเขาน่าจะเชื่อถือได้หรือเปล่า
(อาจยกตัวอย่างการเข้าทรงเจ้า)  

สรุป
เมื่อไรก็ตามที่เราไดยินการพยากรณ์ ให้ตรวจสอบพระคำภีร์
มีบอกไว้หรือไม่ แล้วหลังจากนั้นถามพระวิญญาณบริสุทธิ์
ว่ามาจากพระเจ้าหรือไม่ และสุดท้ายมองดูชีวิตของผู้ที่พูด
ว่าเขาเป็นคนบริสุทธิ์ที่พระเจ้าใช้หรือไม่
  
 

 

 
< Prev   Next >